วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561

[ OS ] The Toy #MarkJin

- The Toy -





Jinyoung's Part

"อ๊ะ! มาร์ค!!!" ผมสะดุ้งเล็กน้อยพลางตะหวาดคนตรงหน้าที่นั่งยิ้มระรื่นควบคุมรีโมทที่อยู่ในมืออย่างจงใจ

เขาจะไม่ได้จับมันเลยถ้าผมไม่แพ้เกมแมตต์เมื่อคืนนี้ เราพนันกันไว้ว่า "ใครแพ้จะได้ควบคุมเจ้าเครื่องสั่นนี่" แล้วสุดท้ายมันก็เป็นอย่างที่เห็นแหละครับ ยอมด่าตัวเองว่าโง่เลย ไปแข่งเล่นเกมกับมาร์คเนี่ยนะ อยากเขกหัวตัวเอง



"นี่! มาร์ค! อย่าเพิ่งกดตอนนี้ได้ไหม จะทำให้จินยองอายไปถึงไหนล่ะ!"

"หนูไม่มีสิทธิ์โวยวายสิครับ หนูแพ้นะ" มาร์คตอบ พร้อมส่งยิ้มกะล่อนมาให้

"จะอะไรก็ได้แต่มันก็ต้องไม่ใช่กลางร้านกาแฟไหม" ผมสวนกลับ

"อ้อนสิจินยอง อ้อนพี่ อ้อนยังไงก็ได้ให้พี่ไม่กดมัน"

"ทำไมต้องอ้อน นี่มัน..อื๊อ!..ย..หยุด!" ผมตอบตะกุกตะกัก เมื่อมาร์คแกล้งเลื่อนปุ่มบังคับไปที่ระดับสี่



"พ..พอก่อน..ฮืออ มาร์ค" น้ำตาผมรื่นขึ้นมาดื้อๆ ฟุบหน้ากับโต๊ะกลมเนื้อไม้อย่างหมดทางสู้ ต้านทานแรงสั่นของเจ้าเครื่องนั่นไม่ไหว

"จินยอง.. เดี๋ยวนะ ร้องไห้เลยเหรอ" มาร์คเลื่อนปุ่มบังคับลงมาที่เลขศูนย์ ก่อนจะเอื้อมมือลงมาแตะที่ไหล่ของผม แล้วเขย่าเบาๆ

"ฮึก... ก็บอกว่าให้หยุด..ไง"

"ขอโทษ หยุดแล้ว พี่หยุดแล้วครับ"

"ทำไมต้องแกล้งผมด้วย.." ผมเปลี่ยนสรรพนาม พูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ความรู้สึกตีรวนจนไม่สามารถประมวลผลได้ว่าต้องทำยังไงกับเหตุการณ์นี้

"ไม่เอา ไม่ผมนะครับ พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ" มาร์คพร่ำกล่าวคำขอโทษแล้วลุกจากเก้าอี้มานั่งคุกเข่าตรงหน้าแล้วลูบผมอย่างปลอบประโลม

"ก็บอกแล้วว่าที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ร้านกาแฟ ทำไมไม่ฟังกันเลย" ผมเงยหน้ามาพูด แววตาใสเพราะน้ำตายังคงไหลอยู่

จะว่าไป ผมยอมรับได้กับการลงโทษนี้(จะไม่ยอมก็ไม่ได้อีก แพ้แล้วพาลไม่ได้อะครับ) แต่ต้องไม่ใช่ร้านกาแฟนี่ คนนั่งนิ่งๆทั้งร้านจะทำให้ผมเป็นจุดสังเกตได้ง่ายเมื่อเผลอครางออกไป

"อยากกลับบ้าน" ผมพูด

"ได้ กลับบ้านนะ ป่ะ" มาร์ควางตังไว้ที่โต๊ะสำหรับค่ากาแฟและเค้กเล็กน้อย ถือแม็คบุ๊คให้ผมแล้วจับมือผมนำทางเดินออกจากร้าน มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ



แต่ระหว่างทางนั้นก็ไม่ได้ง่าย เพราะมาร์คก็ยังไม่ลืมเรื่องการลงโทษ และคำพูดที่ผมบอกว่า "แค่ไม่ใช่ที่ร้านกาแฟ"



ผมหยุดร้องไห้แล้ว จริงๆก็ไม่เชิงร้องไห้โฮขนาดนั้น แค่น้ำตามันไหลออกมาเองเฉยๆ... ไม่กี่นาทีก็กลับมาเป็นปกติ



"จินยอง"

"หื้อ" ผมหันไปหามาร์คที่อยู่บันไดเลื่อนขั้นบน ถัดไปจากผมสามขั้น

มาร์คหยิบรีโมทขึ้นมาชู แกว่งไปมาแล้วเลื่อนไปที่เลขสี่

ผมกองลงไปกับบันไดเลื่อน ขาไร้เรี่ยวแรงเพราะแรงสั่นของเจ้าเครื่องนั่นก็ไม่ใช่เบาๆ

"อื้อ.. ม..มาร์ค ถึงรถ..ก่อนได้ไหมมม" ผมเงยหน้าแววตาเยิ้ม ขอร้องเขา

"มองแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ถึงบ้านหรอก" เขากดปิด เดินลงมาพยุงผมเดินต่อตลอดทางจนถึงรถ





ผมเข้าไปนั่งที่ฝั่งข้างคนขับ และแทบจะในทันที่ที่เราทั้งสองเข้ามาในรถ มาร์คก็กดให้เครื่องนั่นทำงาน


"อื๊ออ!! มาร์คค ฮะ..." ผมดิ้นพล่านเมื่อรู้ว่าถึงจุดที่พ้นสายตาทุกคน รถมาร์คติดฟิล์มทึบทั้งคัน ผมคลายกังวลเรื่องที่คนอื่นจะเห็นผมในสภาพนี้ไปเลย

"อื้ออออออออ ช่วย...ช่วยจินยองได้ไหม อ๊ะ" ผมทิ้งศักดิ์ศรีแล้วร้องขอเขา ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน แล้วมันก็ไม่แปลกที่จะมีอารมณ์เพราะเครื่องนี่

"ถึงบ้านก่อนไหม เดี๋ยวรถสั่นแรงแล้วคนเขาจะตกใจ"

"อื้อ รีบๆได้ไหม..ฮะ.." ผมตอบอย่างไร้เรี่ยวแรง มาร์คยังไม่ได้กดปิด ความแรงระดับสี่ยังสั่นอยู่ในตัวผม

"ป..ปิดก่อนได้ไหม.. อื๊อ มาร์คค"

"ลดลงมาพอ สองแล้วกันเนอะ"

"อือ..อ่าา" ผมผ่อนคลายลงเมื่อแรงสั่นถูกลดลงมา ครางพร่า กรอบหน้าประดับด้วยเม็ดเหงื่อ

"ร้อนเหรอจินยอง พี่เร่งแอร์ให้นะ" มาร์คปรับแอร์ให้เย็นขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้ผมเย็นลง ผมร้อนจากข้างใน.. มาร์ค.. รีบถึงบ้านได้ไหม




-----------------------------------------------------




Mark's Part

"อื้อออ..." ผมบดจูบปากอิ่มสีเรื่อนั่นอย่างเอาแต่ใจ รสชาติหวานหอมยังคงไม่ห่างหาย เพิ่มพูนความรู้สึกอยากได้มากขึ้นมากขึ้นไม่รู้จบ

"ฮะ..มาร์ค อื๊ออออ อะ..เอาเครื่องนั่นอ..ออกก่อน" ผมจับจินยองนอนราบกับเตียงเพราะเขาไม่มีแรงพยุงตัวเลย ร่างกายจินยองอ่อนปวกเปียกชนิดที่ว่า ผมจะรุนแรงกับเขาขนาดไหนเขาก็ไม่อาจขัดขืนได้

"ยังหรอกจินยอง" สิ้นคำตอบผมก็กดจูบหนักๆทีปากนั่นอีกครั้งอย่างมันเขี้ยว ลากไล้ที่คอระหง ขบกัดทำรอยสีกุหลาบอย่างห้ามไม่ได้ ลำคอขาวถูกประดับประดาด้วยรอยจางๆ

ผมเลิกเสื้อเด็กนั่นขึ้นแล้วครอบครองยอดอกข้างหนึ่ง พลางเขี่ยอีกข้างหนึ่งเล่นจนคนใต้ล่างครางไม่เป็นส่ำ อดที่จะสร้างรอยไว้ที่เนินอกนั่นไม่ได้

ลากปลายลิ้นลงมาตามแนวกล้ามอ่อนๆของเขา มือทั้งสองข้างเลื่อนมาเกี่ยวกางเกงที่เกะกะออกอย่างรู้งาน ชักจูงแกนน้อยเพื่อเพิ่มแรงอารมณ์ให้มากขึ้น


ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้ใช้ปากให้เขาหรอกนะครับ


"อื๊ออออ มาร์ค อ่ะ.. จินยอง..อือออ" จินยองครางหวาน ยอมรับจากใจว่าผมชอบเสียงนั่นจริงๆ ผมเงยหน้ายกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเลื่อนมือมาจ่อช่องทางสีหวาน ดึงสายยาวๆนั่นออกทีเดียวหมด



"อ๊าาาาาาาาา!!"

"พร้อมยังครับ"

"อือออ มาร์ค ร..เร็ว ฮึก.."



ผมปลดแค่ซิบกางเกงลง เพราะถ้ารอให้ถอดกางเกงยีนส์ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วครับ

จ่อแกนกายที่พร้อมจะออกรบที่ช่องทางสีหวาน ค่อยๆกดส่วนปลายเข้าไปอย่างง่ายดาย เพราะช่องทางเหมือนได้วอร์มไว้ก่อนแล้วจากเครื่องนั่น


"อ่าา จินยองอา" ผมครางต่ำ รู้สึกดีทุกครั้งที่ร่วมรักกับเด็กนี่ จินยองน่ะน่าสัมผัสไปเสียทุกส่วน หอมหวานทั้งกายเลยก็ว่าได้ อดภูมิใจไม่ได้ที่ผมเองได้ครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจของเด็กนี่



"อ่ะ อือ มาร์ค"

"จินยอง.." ผมชะงักเมื่อจินยองเป็นฝ่ายที่รั้งสะโพกเอง


"ใจร้อนเหรอ" ผมพูดแผ่วเบาพลางก้มลงไปลูบปอยผมชุ่มเหงื่อที่ปรกหน้าคนข้างใต้ จูบซับที่หน้าผาก ลูบไล้ที่แก้มที่ขึ้นสีแดงอ่อนเบาๆ

ผมรั้งกายเข้าออกเชื่องช้า หวังจะแกล้ง

"อื้ออ อย่าแกล้ง.. มาร์ค..ร..เร็วหน่....อ๊าา" ยังไม่ทันจบประโยคนั่นผมก็สาวเอวเข้าออกอย่างรวดเร็ว จนคนข้างใต้ต้องกางมือมาจิกผ้าปูไว้แน่น



"อ่า.. จินยอง นายยังดีเสมอเลย.." ผมชมจินยองทุกครั้ง แล้วผมก็หมายความว่าแบบนั้นจริงๆ ผมชอบจินยอง ชอบมากๆ ชอบก้นจินยองด้วย

ผมใช้มือล็อคสะโพกจินยองไว้เพื่อเพิ่มความคล่องตัว สาวเอวเข้าออกด้วยความเร็วคงที่ไม่ขาดตกบกพร่อง

"ม..มาร์คค.. จิน..จะ..อื้ออออ" จินยองปลดปล่อยออกมาเมื่อผมเอามือไปรั้งแกนกายของเขาเพียงสองสามที ผมปลดปล่อยเข้าไปในตัวเขา


"ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยใน"

"อือ ช่างมันเถอะน่า"

จินยองบอกปัดๆ ผมพยุงร่างเด็กนั่นให้คว่ำหน้าลง ชันเข่าจินยองขึ้น เริ่มสอดใส่อีกครั้ง ระดับการร่วมรักของเราไม่ได้นุ่มนวลแต่ก็ไม่ได้รุนแรง เป็นการสอดประสานที่กลมกล่อมละมุนในแบบของเราสองคน

คืนนี้คงอีกยาวล่ะครับ เอาเป็นว่า จะมาพนันอะไรกับผมก็ย่อมได้ แต่เรื่องเกมคือแพ้ไม่ได้ครับ เสียเครดิต

[ OS ] พี่มาร์คเขาเริ่มออกกำลังกายแล้วล่ะครับ #MarkJin

    MarkJin nc     - พี่มาร์คเขาเริ่มออกกำลังกายแล้วล่ะครับ - Mark’s Part Kakao chat Mark_Tuan : เข้ายิมมั้ยวัน...